Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงตระหนักว่า ยังมีเกษตรกรชาวไทยที่ยากจนอยู่จำนวนมาก เนื่องจากยังขาดเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพและมีพื้นที่ทำประโยชน์จำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อแรงงานและผลตอบแทนเพื่อการดำรงชีพภายในครอบครัว กอรปกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกษตรดังกล่าวจึงได้เข้าหักร้างถางป่าโดยพลการและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี อันทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ดังนั้น พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้มีการปฏิรูปและพัฒนาที่ดิน โดยทรงเลือกพื้นที่ป่าสงวนบริวเณเขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอชะอำ และอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่ติดต่อกันประมาณ 50,000 ไร่ เพื่อทำการจัดพัฒนาที่ดินและจัดสรรให้กับเกษตรกรเหล่านี้เข้าทำประโยชน์ต่อไป
ในการนี้จึงทรงรับสั่งให้ มจ. ภีรเดช รัชนี ติดต่อกรมพัฒนาที่ดินให้ดำเนินการสำรวจจำแนกสมรรถนะที่ดิน รวมทั้งสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรในเขตท้องที่ดังกล่าวในปี พ.ศ. 2513 ผลสรุปสามารถดำเนินการตามพระราชประสงค์ กรมพัฒนาที่ดินจึงทำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการจำแนกที่ดินแห่งชาติเพื่อพิจารณาถอนสภาพที่ดินป่าสงวนในท้องที่ดังกล่าว โดยกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศมอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐในท้องที่สำหรับดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2515 ต่อมาได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 89 ตอนที่ 149 ลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2515
ภายหลังเมื่อได้ทูลเกล้าถวายรายงานการสำรวจดังกล่าวแล้ว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการดังนี้
1) ให้แบ่งที่ดินออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 บริเวณพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะในการเพาะปลูก ให้ดำเนินการจัดพัฒนาที่ดินให้แก่ราษฎร โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี พ.ศ.2515 – 2520
ส่วนที่ 2 บริเวณพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกให้จัดพัฒนาที่เป็นที่เลี้ยงสัตว์และดำเนินการในระหว่างปี พ.ศ. 2521 – 2524
2) ที่ดินจัดสรรให้เกษตรกรเข้าประกอบอาชีพนั้นยังไม่ให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันนายทุนกว้านซื้อที่ดินจากเกษตรกรหรือในกรณีที่เกษตรกรที่เสียชีวิตที่ดินอาจถูกแบ่งเป็นแปลงเล็กแปลงน้อย ทำให้ผิดหลักการในการพัฒนาที่ดินและเศรษฐกิจแต่อย่างไรก็ตามทายาทของผู้เสียชีวิตสามารถใช้ที่ดินนั้นสืบต่อไปได้ชั่วลูกชั่วหลาน
3) เมื่อจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรแล้วให้จัดตั้งสหกรณ์อเนกประสงค์ดำเนินธุรกิจต่าง ๆ เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมให้ดีขึ้น
4) ให้เกษตรกรในโครงการดำเนินการเลือกคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่ปกครองและดูแลการประกอบอาชีพของสมาชิกให้บังเกิดผลโดยได้รับคำแนะนำทางวิชาการจากเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
5) ให้กันพื้นที่บริเวณโครงการเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็นหน่วยราชการต่างๆ เพื่อการค้นคว้าและทดลองทางวิชาการเกษตรและเป็นสถานที่ผลิตพันธุ์พืชที่ดี ส่งเสริมแก่เกษตรกรในโครงการและบริเวณใกล้เคียง
6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แต่ตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ โดยมี มล.เดช สนิทวงศ์ องคมนตรี เป็นประธาน และมีหน่วยราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักราชเลขาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมที่ดินกรม ส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กรมวิชาการเกษตร กรมทางหลวง กรมทรัพยากรธรณี สำนักงบประมาณ กรมพัฒนาชุมชน กรมการปกครอง กรมป่าไม้ กรมแผนที่ทหาร กรมพัฒนาที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี มล.ภีรเดช รัชนี และนายอำเภอหัวหิน โดยมีกรมพัฒนาที่ดินเป็นเจ้าของเรื่อง
ในปี 2519 คณะทำงานโครงการฯ พิจารณาเห็นว่า โครงการจัดพัฒนาที่ดินฯ ตามพระราชประสงค์ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 นั้น ซึ่งคาดหมายว่าจะทำการจัดสรรที่อยู่อาศัย และที่ทำประโยชน์ให้แก่สมาชิกเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2520 แต่เนื่องจากยังปรากฏมีสมาชิกอีกจำนวนมากที่มีที่ดินทำประโยชน์น้อยไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ โครงการฯ จึงได้พิจารณาเพื่อหาที่ใกล้เคียงที่มีความเหมาะสมพอที่จะจัดสรรให้เกษตรกรทำประโยชน์ได้
จากการศึกษาพบว่าหุบเขาติดกันซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของโครงการฯ ยังคงสภาพป่าไว้เป็นส่วนมากมีกผู้บุกรุกเข้าไปบุกเบิกป่าปลูกพืชเป็นส่วนน้อย ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 15,000 ไร่ เหมาะแก่การเพาะปลูก ต่อมาได้ทำการบุกเบิกและจัดสรรที่ทำประโยชน์ให้กับเกษตรกรที่อยู่ในท้องที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง หรือมีแต่จำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ โครงการนี้เป็นโครงการที่ขยายต่อจากโครงการเดิม และให้ชื่อว่า โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ (ส่วนขยายกลัดหลวง) อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์การเกษตรเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดให้มีการศึกษาและอบรมเกษตรกรเหล่านี้เกี่ยวกับหลักและวิธีการของสหกรณ์ในเขตขั้นพื้นฐานจนเห็นว่าเกษตรกรเหล่านี้เข้าใจหลักและวิธีการดังกล่าวได้ดีพอสมควรแล้ว จึงได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนสหกรณ์ให้จดทะเบียนเป็น สหกรณ์การเกษตรหนองพลับ จำกัด และ สหกรณ์การเกษตรกลัดหลวง จำกัด และเพื่อให้การส่งเสริมสหกรณ์แกสหกรณ์ดังกล่าว กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงจัดตั้งหน่วยงานของทางราชการขึ้น คือ ศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหนองพลับ
งานของกรมส่งเสริมสหกรณ์
ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
- งานส่งเสริมสหกรณ์ แนะนำส่งเสริมสหกรณ์ในพื้นที่โครงการเพื่อดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ตามความต้องการของสมาชิก
- งานสาธิตทดลองการเกษตรและส่งเสริมอาชีพ จัดทำแปลงสาธิตทดลองการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่แปลงสาธิต ทดลอง ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ เพื่อให้เป็นข้อมูลในการส่งเสริมสมาชิกในพื้นที่กับปฏิบัติงานในลักษณะประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนงานด้านสาธิตทดลองการเกษตร
- งานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ งานของโครงการให้กับผู้เยี่ยมชมกิจการ ซึ่งประกอบด้วย นักเรียน นิสิต นักศึกษา ข้าราชการ และผู้สนใจทั่วไป
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ที่ตั้ง
โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หนองพลับ–กลัดหลวง ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พื้นที่ดำเนินการ 66,500 ไร่ แยกเป็นพื้นที่โครงการหนองพลับ 50,000 ไร่ และโครงการส่วนขยายกลัดหลวง 16,500 ไร่
พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขต อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บางส่วนอยู่ในเขตอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
สภาพพื้นที่เป็นดินเลว อากาศแปรปรวน การทำกินมีความเสี่ยงสูง
การประกอบอาชีพของสมาชิก
อาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม ได้แก่การทำพืชไร่ เช่น สับปะรด อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฝ้าย ฯลฯ การเพาะปลูกอาศัยน้ำฝนธรรมชาติ
สหกรณ์ที่อยู่ในความดูแลส่งเสริม
- สหกรณ์การเกษตรหนองพลับรุ่งเรือง จำกัด
- สหกรณ์การเกษตรกลัดหลวง จำกัด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ประจวบคีรีขันธ์













