Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
ประจำเดือน คือสิ่งที่ขับออกมาจากโพรงมดลูก ประกอบด้วย เลือด น้ำเหลืองปนกับเยื่อบุผนังมดลูก และเยื่อบุผนังช่องคลอด
สารบัญ |
[แก้ไข] ประจำเดือนเกิดขึ้นได้อย่างไร
เมื่อเข้าวัยสาว รังไข่จะสร้างฮอร์โมนเพศชื่อ เอสโตรเจน ฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นมดลูกให้สร้างเยื่อบุมดลูกหนาขึ้นและกระตุ้นให้ไข่ที่สุกแล้วหลุดออกมาจากรังไข่ ไข่จะเคลื่อนที่เข้าไปในท่อปีกมดลูก รอรับการผสมกับตัวอสุจิ ตัวรังไข่จะสร้างฮอร์โมนชื่อ โปรเจสเตอโรน ทำให้เยื่อบุมดลูกหนาขึ้นไปอีก เมื่อไข่ไม่ได้ผสม รังไข่จะหยุดการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เมื่อขาดฮอร์โมนนี้เยื่อบุมดลูกที่หนาตัวขึ้นจะหลุดออกมา การหลุดลอกนี้ทำให้มีเลือดออกตามมาด้วย เลือดจะไหลออกมาจากโพรงมดลูกมาทางช่องคลอด และออกสู่ภายนอกเป็นเลือดประจำเดือนนั่นเอง
ประจำเดือน มีชื่อเรียกในภาษาไทยหลายอย่าง เช่น “โลหิตระดู” “ระดู” “รอบเดือน” หรือส่วนมากเรียกทับศัพท์ว่า “เมนส์” มาจากตัวภาษาอังกฤษว่า “MENSTRUATION” นั่นเอง
โดยทั่ว ๆ ไป ผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุก 28 วัน ถ้านับวันแรกของประจำเดือนเป็นวันที่ 1 วันที่ 14 จะเป็นวันที่ไข่สุกตกจากรังไข่ หรือเรียกว่า “ตกไข่” วันที่ตกไข่จึงเป็นวันที่จะมีการตั้งครรภ์ได้ดีที่สุด เพราะไข่ตกออกมารอการผสมกับตัวอสุจิพอดี และวันที่ใกล้ ๆ วันตกไข่ ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงเนื่องจากตัวอสุจิมีโอกาสพบไข่ได้มาก แต่วันที่ใกล้ ๆ กับการมาหรือการหมดของประจำเดือน จะมีโอกาสตั้งครรภ์น้อย
ถ้าไข่ได้รับการผสมกับตัวอสุจิ จะเกิดการปฏิสนธิและเกิดการตั้งครรภ์ ตัวอ่อนจะเคลื่อนที่มาฝังตัวที่เยื่อบุมดลูกซึ่งหนาตัวรอรับอยู่ เยื่อบุมดลูกจะถูกกระตุ้นให้หนามากขึ้นและไม่หลุดลอกออกมาจึงไม่มีประจำเดือน หรือขาดประจำเดือนนั่นเอง
[แก้ไข] ลักษณะปกติของประจำเดือน
- ประจำเดือนลักษณะปกติของประจำเดือนจะมีทุก 28 วัน จะช้าหรือเร็วไม่เกิน 7 วัน
- ช่วงเวลาของการมีประจำเดือน ประมาณ 3 – 5 วัน ไม่ควรน้อยกว่า 1 วัน และไม่ควรเกิน 7 วัน
- จำนวนเลือดประมาณ 30 – 150 ซี.ซี. หรือใช้ผ้าอนามัยประมาณ 3 ผืนต่อวัน เลือดจะมีมากวันที่ 1 และ 2 วันต่อไปจะน้อยลง
- เลือดประจำเดือนเป็นเลือดน้ำ ไม่มีเลือดลิ่ม มีสีคล้ำ
- ระหว่างมีประจำเดือน อาจมีอาการปวดท้องน้อย เกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูก และมีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะบริเวณอุ้งเชิงกรานมาก เมื่อประจำเดือนหมด อาการปวดท้องก็จะหายไป
- อาการทางร่างกายที่พบได้ในขณะมีประจำเดือน ได้แก่ ใจเต้น ปวดเมื่อยตามตัวเหงื่อออก ท้องอืดเฟ้อ เต้านมคัด ปัสสาวะบ่อย อาการเหล่านี้ไม่มีอันตราย เมื่อหมดประจำเดือน อาการต่าง ๆ ก็จะหายไป
- อาการทางจิตใจและอารมณ์ที่อาจพบได้ ได้แก่ หงุดหงิด โกรธง่าย โมโหง่าย ใจน้อย วิตกกังวล นอนไม่หลับ บางคนมีอารมณ์เพศมากขึ้น อาการเหล่านี้ก็ไม่เป็นอันตราย และจะหายไปเองเมื่อหมดประจำเดือน
บางคนมีอาการเหล่านี้ก่อนจะเริ่มมีประจำเดือน เมื่อประจำเดือนมาอาการก็หายไป แบบนี้ถือว่าปกติเช่นกัน
[แก้ไข] ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
- วัยรุ่นที่ประจำเดือนยังไม่มา ควรพูดคุยปรึกษากับแม่ หรือครู และทำความรู้จักกับผ้าอนามัย วิธีการใช้ การใส่และเปลี่ยน คุณแม่จะเป็นผู้ที่แนะนำได้ดีที่สุด และการเตรียมพร้อมเรื่องนี้ จะช่วยให้เราปฏิบัติตัวเวลามีประจำเดือนมาครั้งแรกได้อย่างราบรื่น
- ระหว่างมีประจำเดือนให้ใช้ผ้าอนามัยตั้งแต่วันแรกจนถึงวันหมดประจำเดือน รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ ผ้าอนามัยที่ใช้แล้วแยกใส่ถุงทิ้งในถังขยะ ไม่ทิ้งในส้วม ผ้าอนามัยมีหลายยี่ห้อ ควรเลือกชนิดที่ขนาดพอเหมาะกับปริมาณเลือดประจำเดือนของตนเอง ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแบบสอดใส่เข้าไปในช่องคลอด
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำในสระน้ำ หรือบ่อน้ำ ห้ามออกกำลังกายหนักหรือรุนแรงจนเกินไป
- มีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ควรป้องกันการติดเชื้อ โดยให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัย
- ถ้ามีอาการปวดท้องมาก ควรนอนพักผ่อน และรับประทานยาแก้ปวด
- เมื่อประจำเดือนผิดปกติ ควรปรึกษาพ่อ แม่ ครู หรือ แพทย์
ประจำเดือนในช่วงวัยรุ่นอาจมาไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในปีแรก ๆ เนื่องจากร่างกายยังสร้างฮอร์โมนไม่สม่ำเสมอ บางครั้งวัยรุ่นมีความวิตกกังวลหรือความเครียด ประจำเดือนก็อาจขาดหายไปได้ ควรสังเกตวันมาและหยุดของประจำเดือน จำนวนวันที่มีประจำเดือน เพื่อเตือนตัวเองให้ทราบว่าในเดือนต่อไปประจำเดือนจะมาวันที่เท่าไร จะได้เตรียมตัวได้ถูกต้อง
วัยรุ่นหญิงที่เป็นนักกีฬา บางครั้งอาจพบปัญหามีประจำเดือนในขณะเล่นกีฬา หรือการแข่งขัน ในกรณีที่จำเป็น สามารถปรับเลื่อนประจำเดือนได้ โดยการใช้ยาฮอร์โมน ซึ่งมีอยู่ในยาเม็ดคุมกำเนิดนั่นเอง แต่การทำเช่นนี้ต้องวางแผนล่วงหน้า และควรปรึกษาแพทย์เพื่อเริ่มต้นเสียแต่เนิ่น ๆ
ผู้ที่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดใส่ช่องคลอดต้องระวังการอักเสบติดเชื้อภายในเนื่องจากผ้าอนามัยแบบนี้อาจดูดซึมเลือดได้ไม่หมด เลือดที่ค้างอยู่ออกมาไม่ได้อาจติดเชื้อทำให้เกิดการอักเสบของมดลูกได้
ประจำเดือนเป็นปรากฏการณ์ปกติที่ผู้หญิงทุกคนจะต้องเผชิญเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น ผู้ที่มีความรู้เรื่องนี้ก่อนจะมีประจำเดือนจริง จะสามารถปรับตัวได้ง่าย ไม่กลัวหรือวิตกกังวลมากเกินไป คุณแม่หรือคุณครูจะช่วยสอนและแนะนำเรื่องนี้ได้
[แก้ไข] อาการของรอบเดือน
เมื่อใกล้มีประจำเดือน ผู้หญิง 80% ทั่วอาการของรอบเดือน โลกมักเกิดความไม่สบายทางร่างกายและจิตใจ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้หลายคนต้องสูญเสียสัมพันธภาพกับคนรัก บางคนตัดสินใจด้านธุรกิจผิดพลาดไปในช่วงนี้ อาการไม่สบายขณะมีประจำเดือนจะพบได้หลากหลายมากกว่า 150 ชนิด สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่
กลุ่มแรกเรียกว่าอาการเจ้าน้ำตา จะมีอาการหดหู่ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ตัดสินใจอะไรยากขึ้น สับสนและหลงลืมบ่อยๆ นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย รู้สึกเหมือนไม่ได้พักผ่อน ผู้ที่มีอาการแบบนี้ระหว่างมีประจำเดือนควรดูแลเรื่องอาหารการกินให้ดี บริโภคอาหารไขมันต่ำให้มาก เพราะเกลือและไขมันที่สูงจะไปเพิ่มระดับ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เกิดอาการเช่นนี้ นอกจากนี้ควรหาเวลางีบมื่อรู้สึกเหนื่อย ทำสมาธิหรือเล่นโยคะก็จะช่วยได้มาก แร่ธาตุที่จำเป็นช่วงนี้ คือสังกะสี ซึ่งจะช่วยลดอาการเศร้าหดหู่ได้
กลุ่มที่สองเรียกว่าอาการขี้โมโห จะหมดความอดกลั้นจนระเบิดอารมณ์บ่อย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ปรวนแปรจนตามไม่ทัน วิตกกังวลกว่าปกติที่เคยเป็น หุนหัน และทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดบ่อยๆ วิธีแก้ไขอาการเหล่านี้คือบริโภคอาหารมื้อเล็กๆแต่บ่อยครั้งขึ้น อาการนี้เกิดขึ้นเพราะขาดน้ำตาลในเลือดทำให้หงุดหงิดง่าย การออกกำลังเช่นเดินหรือปั่นจักรยาน จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ควรบริโภควิตามิน บี 6ให้มาก และอย่าลืมบอกกล่าวคนใกล้ตัวด้วย เพื่อที่เขาจะได้พร้อมให้อภัยในเวลาที่คุณเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมา
อาการที่สามที่มักพบได้บ่อยๆ คือ อาการท้องอืด รู้สึกว่าเต้านมบวม เนื้อเหลว มีหน้าท้องใหญ่ขึ้น น้ำหนักขึ้น มือเท้าบวมจน สังเกตได้ มีอาการบวมน้ำตามส่วนต่างๆของร่างกาย วิธีการรักษาคือต้องลดการบริโภคเกลือลง ออกกำลังให้ได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 20 นาทีเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย อาหารที่มีโปรตีน วิตามินบี 6 และไฟเบอร์สูงจะช่วยให้หน้าอกกระชับและตึงขึ้น หากมีอาการท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย ควรงดกาแฟและแอลกอฮอล์ก่อนมีรอบเดือน ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์
อาการที่สี่คืออาการไม่มีแรง โดยจะมีปัญหาเกี่ยวกับผิวช่วงที่มีรอบเดือน เช่น สิว ฝ้า ปวดศรีษะและหลัง ไม่มีแรง ใจสั่น อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร่างกายเจ็บปวดบ่อยโดยไม่มีสาเหตุ ขาดความกระตือรือร้นทางเพศ ควรงดอาหาร หวานจัด แอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารกระตุ้นทุกชนิด ควรเดินออกกำลังวันละ 30 นาที บริโภควิตามินเอ เพื่อช่วยรักษาสภาพผิว
อาการสุดท้ายคืออาการหิวบ่อย จะมีลักษณะอยากทานอาหารหวานจัด เช่น เค้ก หรือช็อคโกแล็ต อาหารเค็ม เช่นพิซซา หรือพวกถั่วอบเกลือ และจะทานมากกว่าปกติ อาจมีอาการเวียนศีรษะบ่อย อาการนี้เกิดจากการที่สารเซโรโทนินลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนมีรอบเดือน ทำให้ต้องการคาร์โบไฮเดรตมากกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายใช้ของหวานไปเพิ่มสารนี้ ควรควบคุมโภชนาการให้ถูกต้อง รับประทานผลไม้แทน และหากิจกรรมอื่นทำบ้าง จะได้ไม่คิดถึงเรื่อง กินตลอดเวลา
บางคนอาจมีอาการมากกว่า 1 กลุ่ม ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ และควรตรวจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มใด และหาวิธีบำบัดรักษาให้ถูกต้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องกลุ้มใจเมื่อมีอาการเหล่านี้เวลาที่ประจำเดือนมาในแต่ละเดือน
[แก้ไข] AiRiz นวัตกรรมใหม่ ของผ้าอนามัย ป้องกันมะเร็งปากมดลูก
นวัตกรรมใหม่แห่งผ้าอนามัย AiRiz มีทั้งหมด 8 ชั้นแต่เบาและบางกว่า ซึ่งผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100 % ปราศจากสารเคมี ทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติมีความโปร่งไม่อับชื้น
ภายในมีเจลดูดซับน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถดูดซึมได้ถึง 2 เท่า ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย (8 ชม./วัน)
และที่สำคัญด้วยนวัตกรรมใหม่ของแผ่นประจุลบแอนไอออนที่มีคุณสมบัติในการดูด ซับกลิ่น ยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ ช่วยขับของเสียที่ค้างข้างในออกจากร่างกาย ทำให้ระบบการไหลเวียนดีขึ้น อาการปวดประจำเดือนลดน้อยลง
ข้อมูลอ้างอิงจาก http://airizsanook.wordpress.com/
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











